วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

The HisToRy of RIHANNA


Rihanna (Robyn Rihanna Fenty)

ประวัติ Rihanna
ชื่อ : โรบิน ริฮานน่า เฟนตี (อังกฤษ: Robyn Rihanna Fenty)
วัน/เดือน/ปี เกิด : เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531
ชีวประวัติย่อ
รบิน ริอานนา เฟนตี (อังกฤษRobyn Rihanna Fenty20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 — ) รู้จักกันในชื่อ ริฮันน่า หรือ ริฮานน่า เป็นนักร้องประเทศสหรัฐอเมริกา รีฮันน่าย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาตอนอายุ 16 ปีเพื่อทำงานเพลงภายใต้คำแนะนำของโปรดิวเซอร์ที่ชื่อ อีวาน โรเจอส์ (Evan Rogers) ต่อมาเธอได้เซ็นสัญญากับ Def Jam Recordings ปัจจุบันเธออยู่ที่ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย
ในปี ค.ศ. 2005 ริฮันนาปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดแรกที่ชื่อ Music of the Sun ที่ติด 10 อันดับแรกของชาร์ตบิลบอร์ด 200 และมีเพลงที่ติด 5 อันดับชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 อย่าง Pon de Replay ในเวลาไม่ถึงปี เธอได้ออกสตูดิโออัลบั้มชุดที่สองที่ชื่อ A Girl Like Me ที่ติด 5 อันดับบนสุดในสหรัฐอเมริกา และเพลง SOS ซึ่งเป็นเพลงแรกของเธอที่ติดอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 สตูดิโออัลบั้มชุดที่สาม Good Girl Gone Bad ออกจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2007 มีเพลงที่ได้รับความนิยมมากมายเช่นเพลง Umbrella, Don't Stop the Music, Take a Bow และ Disturbia อัลบั้มได้รับการเสนอเข้าชิง 9 รางวัลจากรางวัลแกรมมี ซึ่งเพลง Umbrella สามารถชนะรางวัลสาขา Best Rap/Sung Collaboration ในปี ค.ศ. 2009 สตูดิโออัลบั้มชุดที่สี่ Rated R มีซิงเกิลที่ติด 10 อันดับบนสุดอย่าง Russian Roulette, Hard และ Rude Boy ซึ่งต่อมาได้ติดอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 ในปีต่อมา อัลบั้มชุดที่ห้า Loud มีซิงเกิลที่ติดอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ดมากมาย เช่น Only Girl (In the World), What's My Name? และ S&M และสตูดิโออัลบั้มชุดที่หกTalk That Talk ในปีต่อมา มีเพลง We Found Love ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกของอัลบั้มและประสบความสำเร็จที่ติดอันดับ 1 บนชาร์ตกว่า 20 ประเทศ
ป็นนักร้องชาวบาร์เบโดส เชื้อสายครีโอล เกิดที่ Saint Michael, Barbados ริอานน่าย้ายไปที่สหรัฐอเมริกาตอนอายุ 16 ปีเพื่อทำงานเพลงภายใต้คำแนะนำของโปรดิวเซอร์ที่ชื่อ อีวาน โรเจอร์ส (Evan Rogers) ต่อมาเธอได้เซ็นสัญญากับ Def Jam Recordings ปัจจุบันเธออยู่ที่ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย

โรบิน ริฮานน่า เฟนตี (อังกฤษ: Robyn Rihanna Fenty, ออกเสียงว่า riːˈɑːnə) หรือรู้จักในไทยในชื่อ ริฮานน่า เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 เป็นนักร้องชาวบาร์เบโดส เชื้อสายครีโอล ปัจจุบันเธออยู่ที่ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย ริอานน่าเป็นนักร้องหญิงชาวบาร์เบโดสคนที่แรก และเป็นชาวบาร์เบโดสคนที่ 2 ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่

ริอานน่า เป็นนักร้องแนวฮิปฮอป,อาร์แอนด์บี แต่ในทุกๆอัลบั้มเธอก็ได้ผสมผสานเพลงป๊อปได้อย่างลงตัว ปัจจุบันริอานน่าสังกัดค่ายเดฟ แจม ของยูนิเวอร์แซลมิวสิก และมีผลงานด้านดนตรีอย่างสืบเนื่อง

                                                                    Russian Roilette

อัลบั้มชุดแรก Music of the Sun ออกวางขายในเดือนสิงหาคม 2005 มีเพลงดังอย่าง "Pon de Replay" (อันดับ 2 อเมริกา) เธอได้ถ่ายภาพขึ้นปกนิตยสารในลอสแอนเจลิสและแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง "Bring It On Yet Again"

และในปี 2006 ได้ออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 A Girl like Me มีเพลงดัง "SOS" ที่ใช้ดนตรีแนวอีเล็กโทร-ฟังก์จากเพลง "Tainted Love" แห่งยุค 80 ของวง Soft Cell"[1] เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 ในอเมริกาของเธอเพลงแรก เพลงนี้ถูกใช้ประกอบโฆษณาไนกี้ ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 "Unfaithful" เธอได้ร่วมงานนักร้องอาร์แอนด์บี นี-โย เพลงนี้สามารถขึ้นถึง 6 บนชาร์ทในอเมริกา

อัลบั้มชุดที่ 3 Good Girl Gone Bad ในปี 2007 กับซิงเกิ้ลแรก "Umbrella" (ร่วมร้องโดย เจย์-ซี) ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ รวมทั้งในสหราชอาณาจักรที่อยู่บนอันดับ 1 นานถึง 10 สัปดาห์

เดือนกันยายน 2007 เธอคว้ารางวัล วิดีโอแห่งปี (Video of the Year) จากเพลง "Umbrella" ในงานเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส ไปได้ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของปี รวมถึงยังได้รับรางวัล ซิงเกิลสุดเฉียบขาดแห่งปี (Monster Single of the Year) ไปได้[2] และยังมี good gorl gone bad remix อีกด้วย อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตมากมายเช่น Shut up and drive, hate that I love you ที่ได้ร่วมงานกับ Ne-yo,Take a bow, Disturbia และ Rehab ที่ได้ร่วมงานกับ Justin Timberlake และ Timbaland


                                                                                                         Rude Boy

ผลงานเพลง
อัลบั้มชุดแรก Music of the Sun ออกวางขายในเดือนสิงหาคม 2005 มีเพลงดังอย่าง “Pon de Replay” (อันดับ 2 อเมริกา) เธอได้ถ่ายภาพขึ้นปกนิตยสารในลอสแอนเจลิสและแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง “Bring It On Yet Again”[1] และในปี 2006 ได้ออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 A Girl like Me มีเพลงดัง “SOS” ที่ใช้ดนตรีแนวอีเล็กโทร-ฟังก์จากเพลง “Tainted Love” แห่งยุค 80 ของวง Soft Cell”[1] เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงอันดับ 1 ในอเมริกาของเธอเพลงแรก เพลงนี้ถูกใช้ประกอบโฆษณาไนกี้ ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 “Unfaithful” เธอได้ร่วมงานนักร้องอาร์แอนด์บี นี-โย เพลงนี้สามารถขึ้นถึง 6 บนชาร์ทในอเมริกา  อัลบั้มชุดที่ 3 Good Girl Gone Bad ในปี 2007 กับซิงเกิ้ลแรก “Umbrella” (ร่วมร้องโดย เจย์-ซี) ขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกาและอีกหลายประเทศ รวมทั้งในสหราชอาณาจักรที่อยู่บนอันดับ 1 นานถึง 10 สัปดาห์  เดือนกันยายน 2007 เธอคว้ารางวัล วิดีโอแห่งปี (Video of the Year) จากเพลง “Umbrella” ในงานเอ็มทีวี วิดีโอ มิวสิก อวอร์ดส ไปได้ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ที่สุดรางวัลหนึ่งของปี รวมถึงยังได้รับรางวัล ซิงเกิลสุดเฉียบขาดแห่งปี (Monster Single of the Year) ไปได้[2] และยังมี good gorl gone bad remix อีกด้วย อัลบั้มนี้มีเพลงฮิตมากมายเช่น Shut up and drive, hate that I love you ที่ได้ร่วมงานกับ Ne-yo,Take a bow, Disturbia และ Rehab ที่ได้ร่วมงานกับ Justin Timberlake และ Timbaland
 

                    อัลบั้มสุดแสบ ของสาวซ่า Rihanna!

              มีข่าวจากสาวซ่า “Rihanna” มาฝากจ้า หลังจากที่เธอปล่อยซิงเกิ้ลแรกอย่างเพลง “We found love” จากอัลบั้มชุดที่ 6 “Talk That Talk” ที่มี MV สุดอื้อฉาวเปลือยอกถ่ายทำ จนถูกลุง “อลัน แกรแฮม” ชาวนาเจ้าของไล่ตะเพิดออกจากสถานที่ถ่ายทำนั้น ล่าสุดเธอก็ได้ส่งซิงเกิลที่ 2 มาให้แฟนๆได้ฟังกันแล้ว กับเพลง “You Da One” แต่คราวนี้มาในแนวเพลงอาร์แอนด์บีเบาๆแต่ชวนโยก แถมชื่อเพลงและเนื้อหาเพลงก็อินเลิฟซะเหลือเกิน เชื่อว่าคงโดนใจใครหลายคนเป็นแน่


– 2006: Teen Choice Awards – Choice R&B Artist – 2006: MOBO Awards – Best R&B Artist – 2006: BMI Urban Awards – Pon de Replay – 2006: MTV Europe Music Awards – Best R&B Artist – 2006: MTV Europe Music Awards – Best Song of the Year – SOS (nominated) – 2006: Billboard Music Awards – Female Artist of the Year – 2006: Billboard Music Awards – Pop 100 Artist of the Year – 2006: Billboard Music Awards – Hot 100 Artist of the Year – 2006: Billboard Music Awards – Hot Dance Airplay song of the Year for “SOS” – 2007: Barbados Music Awards – Best Entertainer of the Year – 2007: Barbados Music Awards – Best Female Entertainer of the Year – 2007: Barbados Music Awards – Diamond Sales Award – 2007: Barbados Music Awards – Album of the Year – 2007: NRJ Music Awards – Best International Song – Unfaithful
Rihanna เป็นสาวน้อยจากหมู่เกาะบาร์เบโดส แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นเด็กนักเรียนธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็ตรงที่เธอเป็นดาวโรงเรียน แต่แล้ววันหนึ่งได้ฤกษ์งามยามดี จับพลัดจับผลบุญหล่นทับเข้าอย่างจัง เนื่องจากไปร้องเพลง แล้วแมวมองดันเห็น แมวมองคนนั้นไม่ใช่ใครก็ดันเป็น Producer มือทอง ชื่อ Ewan Roger เลยได้พาเธอไปทดสอบที่นิวยอร์ค แล้วก็บรรจงปั้นทั้งเนื้อทั้งตัวให้เป็นนักร้องเสียงทอง แล้วดันโชค 2 ชั้น ไปอยู่ค่ายเพลงดังอีก คือ Defjam ของ Jay Z ซะอีก เลยต้องดังเท่านั้นครับ ต่อมาเธอก็ได้ฤกษ์ปล่อย Single แรกออกสู่สายตาประชาชน ก็คือเพลง Pon de Replay และตามคาดเพลงนั้นก็ถูกใจประชาชนสุดๆ โดนทั้งฉุดทั้งดึงขึ้นไปถึงที่อับดับ 2 ของ Billboard Chart ได้ หลังจากนั้นอัลบั้มแรกของเธอก็ได้คลอดออกมาก็คือ Music Of The Sun และอัมบัมนี้ก็ขายได้ดีเป็นเทน้ำเทท่าสามารถขึ้นถึงที่ 4 USTop R&B/Hip-Hop Albums และที่ 10 The Billboard 200 เห็นที่ในเมื่อดังแล้วเป็นนักร้องเสียงทอง ก็ได้ฤกษ์ปล่อย Single ที่ 2 ออกมา ก็คือ If It’s Loving That You Want ออกมา แต่ก็เฉยๆ ไม่ค่อยดังเท่าไหร่ เพราะไม่โจะพรึมพรึม เหมือน Pon De Replay ดังนั้นเธอจึงเล็งเห็นว่าถ้าขืนต่อไปเป็นอย่างนี้ ตัวเองคงจะต้องเป็นศิลปินที่มีเพลง One Hit Wonder เท่านั้น (ดังเพลงเดียวน่ะ) และคงต้องกลับไปเป็นสาวหมู่เกาะต่อไป เธอเลยออกอัลบั้มที่ 2 A Girl Like Me ต่อมาทันที คนฟังแทบไม่ได้หายใจหายคอ (ออกถี่หัวปีท้ายปี) และแค่นั้นไม่พอค่ายเพลงก็ดันกันเข้าไป ดันเธอไปเป็นพรีเซนเตอร์ของไนกี้ (สินค้าผู้หญิง) และแล้ว Single แรก ของอัลบั้มที่ 2 ก็มาเป็นเพลงประกอบโฆษณาตัวนี้ซะด้วย เพลงนั้นก็คือเพลง SOS (Rescue Me) Review จากเดิมทีอัลบั้มแรกเธอทำเพลงแนวแคริบเบี้ยน (พ็อพ เรกเก้ มี Hip Hop R&B เป็นตัวช่วย) ดังนั้น Single แรกของอัลบั้มที่ 2 SOS (Rescue Me) จึงกลายพันธุ์ออกมาเป็น พ็อพแดนซ์ มีจังหวะโยกย้ายเหมาะสำหรับเต้นในปาร์ตี้เป็นอย่างยิ่ง รางวัลด้านศิลปินนักร้องที่ได้รับ – 2006: MTV Video Music Awards – Best New Artist (nominated) – SOS – 2006: MTV Video Music Awards – Viewer’s Choice Award (nominated) – SOS – 2006: MTV Video Music Awards Japan – Best New Artist In A Video – Pon De Replay – 2006: Teen Choice Awards – Female Breakout Artist 





Diamonds








The HistoRY Of LADY GAGA

ประวัติของLady Gaga

โจแอนน์ สเตฟานี เจอร์มาน็อตตา
Joanne Stefani Germanotta)
หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนาม Lady GaGa

เกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ค.ศ. 1986

เป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรี ชาวอเมริกัน เธอเป็นที่รู้จักในผลงานแนวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเธอได้รับอิทธิพลจากร็อกเกอร์ อย่างเช่น เดวิด โบวี ,ควีนเช่นเดียวกับนักร้องแนวป็อปแด๊นส์ในยุค 1980 อย่าง มาดอนน่า และจอร์จ ไมเคิล เธอเติบโตในย่านแมนฮัตตัน ที่เธอเรียนที่โรงเรียน Convent of the Sacred Heart และต่อมาเรียนต่อที่ โรงเรียนศิลปะทิสช์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เมื่ออายุ 20 ปี เธอเริ่มทำงานในฐานะนักแต่งเพลงให้กับอินเตอร์สโคปเรคอร์ดส เขียนเพลงให้กับศิลปินอย่าง เดอะพุสซีแคตดอลส์
ในปี ค.ศ. 2008 เลดี้ กาก้า ออกผลงานชุดแรกในชื่อ The Fame ที่มีซิงเกิลฮิตอย่าง "Just Dance" และ "Poker Face" ซึ่งทั้งสองซิงเกิลสามารถขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งในชาร์ตบิลบอร์ด ทำสถิติเป็นศิลปินคนแรกในรอบเกือบ 10 ปีที่ซิงเกิล 2 ซิงเกิลแรกขึ้นไปถึงอันดับหนึ่งในชาร์ต นอกจากนี้ "Just Dance" ยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมีสาขาเพลงแดนซ์ยอดเยี่ยมอีกด้วย

เลดี้ กาก้าเกิดที่ยองเกอร์ส รัฐนิวยอร์ก บิดาและมารดาเป็นนักลงทุนทางอินเทอร์เน็ตเชื้อสายอิตาเลียน ในวัยเด็ก กาก้าเข้าเรียนที่โรงเรียนคอนแวนต์แซเครดฮาร์ตในแมนฮัตตัน และเรียนต่อด้านดนตรีที่โรงเรียนศิลปะทิสช์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก แต่ลาออกก่อนจะสำเร็จการศึกษาหลังจากยุติการเรียน กาก้าย้ายออกจากบ้าน และใช้เวลาส่วนใหญ่เตร็ดเตร่อยู่ในแมนฮัตตัน ก่อนจะได้เซ็นสัญญาในที่สุด
กาก้าเซ็นสัญญาครั้งแรกกับค่ายเดฟ แจม เมื่อมีอายุได้ 19 ปี แต่ถูกยกเลิกสัญญาในอีก 3 เดือนให้หลัง ก่อนจะเซ็นสัญญาอีกครั้งในปีเดือนมกราคม ค.ศ. 2008 กับอินเตอร์สโคปเร็คคอร์ด ต้นสังกัดปัจจุบัน ในช่วงแรกนั้น กาก้าทำงานในฐานะนักแต่งเพลงเสียเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่เอค่อนจะมองเห็นถึงศักยภาพในด้านการร้องเพลงของกาก้า และคิดว่า เธอมีความสามารถเพียงพอที่จะออกผลงานเป็นของตนเองได้ กาก้าได้เริ่มทำอัลบั้มแรก The Fame ร่วมกับโปรดิวเซอร์ เรดวัน และได้ออกวางจำหน่ายอัลบั้มในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 โดยเปิดตัวที่อันดับ 17 ในชาร์ตบิลบอร์ดและขึ้นสูงสุดที่อันดับ 4

กาก้ายังเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เมื่อ คริสติน่า อากีเลร่า ขึ้นแสดงเพลง "Keep Gettin' Better" ในงานประกาศผลรางวัลเอ็มทีวี วีดีโอ มิวสิก อวอร์ดส ในภาพลักษณ์คล้ายๆกัน จนมีสื่อมวลชนวิจารณ์ว่า คริสติน่านั้นเลียนแบบภาพลักษณ์ของกาก้า ซึ่งกาก้าก็ได้ให้ความเห็นว่า เธอไม่คิดว่า คริสติน่านั้นจะเลียนแบบเธอ แต่ก็ยอมรับว่าจากเหตุดังกล่าวมีส่วนทำไห้เธอเป็นที่สนใจมากยิ่งขึ้น และเธอเองก็รู้สึกขอบคุณ ส่วนคริสติน่าเองก็ได้ออกมาปฏิเสธ และกล่าวเพิ่มเติมว่า ตัวเธอไม่รู้จักเลดี้ กาก้าด้วยซ้ำ

ชื่อ "กาก้า" นั้นได้แรงบันดาลใจมาเพลง "Radio Ga-Ga" ของ ควีน ซึ่งร็อบ ฟูซารี หนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ เป็นคนตั้งให้


สเตฟานี่เริ่มฉายแววการเป็นศิลปินตั้งแต่อายุ 13 ปี ตอนนั้นเธอได้เขียนเพลงบรรเลงเปียโนด้วยตัวเองเพลงแรก และแสดงต่อหน้าฝูงชนเมื่ออายุได้ 14 ปี จากนั้นไม่นานนัก เธอก็มีความหลงใหลในด้านละครเวที และมีโอกาสได้เล่นละครเวทีของโรงเรียนอยู่สองเรื่อง รวมทั้งยังได้รับบทเล็ก ๆ ในซีรีย์เรื่อง The Sopranos อีกด้วย

          จากนั้นเมื่อเธออายุได้ 17 ปี เธอก็เข้าเรียนในโรงเรียนศิลปะทิสช์แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยพักอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัย ระหว่างนั้นเธอก็ได้เรียนวิชาดนตรีและการเขียนเพลงที่ตัวเองชื่นชอบ โดยพัฒนาทักษะจากการเขียนร้อยแก้วในประเด็นวิเคราะห์วิจารณ์ศิลปะ ศาสนา และสังคม แต่หลังจากเรียนที่นี่ยังไม่ทันจะพ้นปี เธอก็รู้สึกว่าเธอมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคนอื่น และไม่อยากจะเรียนในโรงเรียนอีกต่อไป จึงออกไปแสวงหาช่องทางในการทำงานในวงการดนตรี โดยทำงานในคลับเมื่ออายุได้ 18 ปี

          หลังจากออกจากทำงานในคลับมาได้เพียง 1 ปี เธอก็ได้เข้าร่วมบันทึกเสียงกับนักร้องฮิปฮอปเพื่อประกอบหนังสือเสียงสำหรับเด็ก จากนั้นไม่นานนักก็ตั้งวงดนตรีชื่อ สเตฟานี่ เจอร์มาน็อตตา หรือ SGBand ร่วมกับเพื่อนในนิวยอร์ก และไม่นานนักวงดนตรีของเธอก็มีแฟนคลับกลุ่มเล็ก ๆ ก่อนที่งานเพลงจะไปเข้าตาโปรดิวเซอร์อย่างโจน วูลพิซ เข้า เธอจึงได้รับการติดต่อให้มาทำงานเพลงและนับเป็นก้าวแรกของเธอในวงการบันเทิงนับตั้งแต่นั้น

          ไม่นานนัก ความสามารถในการแต่งเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอก็ไปเข้าตาโปรดิวเซอร์ ร็อบ ฟูซารี ซึ่งกำลังมองหานักร้องหญิงมาร้องนำในวงดนตรีวงใหม่ เธอจึงได้มีโอกาสมาทำงานเพลงร่วมกับร็อบ ขณะที่ร็อบเองนั้นก็สังเกตว่า เสียงของสเตฟานี่นั้นคล้ายกับเสียงของ เฟรดดี้ เมอร์คูรี นักร้องนำวงควีนผู้ล่วงลับ เขาจึงเริ่มทักทายกับสเตฟานี่ด้วยการร้องเพลง Radio Ga Ga แทนการเซย์เฮลโหลกับเธอทุกครั้ง และนี่คือที่มาของชื่อในวงการ "เลดี้ กาก้า" ซึ่งเธอเองก็ชอบชื่อนี้มาก จนเอ่ยปากว่า"โอเค ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกฉันว่าสเตฟานี่อีกแล้ว"


เลดี้ กาก้า
ภาพประกอบจาก  vipflash / Shutterstock.com


          หลังจากได้ร่วมกันสร้างสรรค์งานเพลงร่วมกันแล้ว ร็อบก็นำงานเพลงที่เขาแต่งร่วมกับ เลดี้ กาก้า ส่งให้เพื่อนของเขาซึ่งเป็นผู้บริหารค่ายเพลงและมันก็ได้รับความสนใจมาก จนได้เซ็นสัญญากับเลดี้ กาก้า ทันที ภายใต้สังกัดสตรีมไลน์เรคคอร์ด จากนั้นเธอก็ได้มีโอกาสเขียนเพลงให้กับนักร้องหลายค่าย รวมทั้ง บริทนีย์ สเปียร์ส นักร้องสาวชื่อดังด้วย แต่ระหว่างทำงานเป็นนักแต่งเพลงนั้น ปรากฎว่า เอคอน (Akon) นักร้องและนักแต่งเพลง ได้เล็งเห็นความสามารถทางด้านการร้องเพลงของเลดี้ กาก้า หลังจากที่เธอร้องเดโมเป็นตัวอย่างเพลงของเขา เขาจึงติดต่อกับทางสังกัดอินเตอร์สโคป ปั้น เลดี้ กาก้า เป็นนักร้องร่วมกัน และไม่นานหลังจากนั้น เลดี้ กาก้า ก็ได้เปิดตัวอัลบั้มแรก "The Fame" ออกมาให้ได้รู้จักกันไปทั่วโลก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเธอจะประสบความสำเร็จตั้งแต่อัลบั้มแรก โดยทำยอดขายได้กว่า 12 ล้านก็อปปี้ทั่วโลก ขณะที่เพลงที่โด่งดังที่สุดจากอัลบั้มนี้ คือ Just Dance และ Poker Face โดยเฉพาะเพลง Poker Face นับว่าประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น เพราะสามารถไต่อันดับขึ้นไปติดชาร์ตอันดับ 1 ไปทั่วโลกเลยทีเดียว